Thai Legal & Immigration Consulting Service Co., Ltd. sealThai Legal & Immigrationวีซ่าและใบอนุญาตทำงานสำหรับชาวต่างชาติ
ประเมินกรณีเบื้องต้นฟรี

Guide

การรับรองหนังสือมอบอำนาจในไทยเพื่อนำไปใช้ในต่างประเทศ: ขั้นตอนและข้อควรระวัง

การนำหนังสือมอบอำนาจไปใช้ในต่างประเทศ ผู้มอบอำนาจจะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (Notarial Services Attorney) ในประเทศไทย พร้อมแสดงเอกสารระบุตัวตนฉบับจริงเพื่อให้ทนายความรับรองลายมือชื่อ ทั้งนี้ ควรใช้แบบฟอร์มหรือข้อความตามที่ธนาคาร สำนักทะเบียนที่ดิน หรือศาลในต่างประเทศกำหนด ตรวจสอบเงื่อนไขว่าต้องมีพยานร่วมลงนามหรือต้องแปลเอกสารหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบว่าประเทศปลายทางกำหนดให้นำเอกสารไปผ่านการรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ และสถานทูตประจำประเทศไทยหรือไม่ หรือสามารถใช้การรับรองตามอนุสัญญา Apostille ได้เมื่ออนุสัญญามีผลบังคับใช้สำหรับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570

เขียนโดย ทีมกฎหมาย Thai Legal & Immigration · ตรวจทานล่าสุด · นโยบายบรรณาธิการ

กรณีที่จำเป็นต้องใช้หนังสือมอบอำนาจพร้อมคำรับรอง

ชาวต่างชาติหรือบุคคลที่พำนักอยู่ในประเทศไทยมักมีความจำเป็นต้องแต่งตั้งตัวแทนในต่างประเทศเพื่อดำเนินการแทนตน เช่น การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ การจัดการบัญชีธนาคาร การจัดการกองมรดก การดำเนินกระบวนพิจารณาในศาล หรือการจดทะเบียนนิติบุคคล โดยหน่วยงานและสถาบันส่วนใหญ่ในต่างประเทศจะยอมรับหนังสือมอบอำนาจที่ลงนามนอกประเทศก็ต่อเมื่อลายมือชื่อได้รับการรับรองความถูกต้องตามแบบพิธีการเท่านั้น

การเตรียมเอกสารก่อนเข้ารับการรับรอง

ความล่าช้ามักเกิดจากข้อบกพร่องในเนื้อหาของเอกสาร มิใช่ขั้นตอนการลงนาม จึงควรตรวจสอบประเด็นสำคัญต่อไปนี้ล่วงหน้า:

  • ใช้แบบฟอร์มของหน่วยงานปลายทางหากมีการกำหนดไว้โดยเฉพาะ เนื่องจากสำนักทะเบียนที่ดินและธนาคารพาณิชย์มักกำหนดข้อความตายตัว
  • ตรวจสอบชื่อและนามสกุลให้ตรงตามหนังสือเดินทางทุกตัวอักษร รวมถึงชื่อกลาง (ถ้ามี)
  • ระบุขอบเขตแห่งอำนาจอย่างเฉพาะเจาะจง เช่น ที่ตั้งทรัพย์สิน เลขที่บัญชีธนาคาร หรือหมายเลขคดี รวมถึงระบุเงื่อนไขเวลาสิ้นสุดการมอบอำนาจ
  • ตรวจสอบว่าต้องมีพยานร่วมลงนามหรือไม่ และปลายทางกำหนดให้จัดทำเป็นภาษาของประเทศนั้นหรือต้องมีคำแปลที่ผ่านการรับรองหรือไม่
  • เว้นช่องลงลายมือชื่อไว้ ห้ามลงนามล่วงหน้าก่อนมาพบทนายความ

ขั้นตอนการลงนามต่อหน้าทนายความ

ทนายความจะดำเนินการตรวจสอบหนังสือเดินทางหรือบัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริง ยืนยันว่าผู้มอบอำนาจมีความเข้าใจในเนื้อหาของการมอบอำนาจอย่างถ่องแท้ ร่วมสังเกตการณ์การลงนามด้วยตนเอง และจัดทำหนังสือรับรอง (Notarial Certificate) ที่ระบุวันและสถานที่ทำคำรับรอง ทั้งนี้ หนังสือรับรองจะถูกเย็บติดเข้ากับตัวเอกสาร และอาจมีการลงลายมือชื่อย่อหรือประทับตราบนเอกสารทุกหน้าตามความเหมาะสม

สำหรับหนังสือมอบอำนาจเพื่อนำไปใช้ ณ สำนักงานที่ดินหรือสถาบันการเงินภายในประเทศไทย จะต้องใช้แบบฟอร์มและปฏิบัติตามระเบียบของหน่วยงานไทยโดยเฉพาะ ซึ่งหนังสือรับรองของทนายความสำหรับใช้ในต่างประเทศไม่สามารถนำมาใช้ทดแทนแบบฟอร์มของไทยได้

การรับรองเอกสารเพื่อนำไปใช้ในประเทศปลายทาง

หน่วยงานในบางประเทศสามารถยอมรับหนังสือมอบอำนาจที่ผ่านการรับรองจากทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารได้โดยตรง แต่ในหลายประเทศกำหนดให้นำลายมือชื่อของทนายความไปผ่านการรับรองนิติกรณ์ที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ จากนั้นจึงนำไปรับรองต่อที่สถานเอกอัครราชทูตของประเทศปลายทางที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย

ประเทศไทยได้ภาคยานุวัติเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 และอนุสัญญาจะมีผลใช้บังคับสำหรับประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 เป็นต้นไป ดังนั้น จนกว่าจะถึงวันดังกล่าว เอกสารยังคงต้องผ่านขั้นตอนการรับรองนิติกรณ์ทางการทูตและกงสุลตามลำดับเดิม และตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ระบบการรับรองด้วย Apostille จึงจะนำมาใช้แทนสำหรับการรับรองเอกสารสาธารณะระหว่างประเทศไทยและประเทศภาคีปลายทาง

Related services

เหตุใดประเทศไทยจึงไม่มี Notary Public ระบบ Civil Law และใครคือผู้มีอำนาจรับรองลายมือชื่อ?

ชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในประเทศไทยและต้องการจัดทำหนังสือมอบอำนาจเพื่อส่งไปดำเนินคดีหรือทำนิติกรรมในต่างประเทศมักเกิดความสับสนเกี่ยวกับระบบกฎหมายของไทย ประเทศไทยไม่ได้ใช้ระบบ Notary Public ตามรูปแบบกฎหมายลายลักษณ์อักษร (Civil Law) แบบดั้งเดิม และไม่มีการแต่งตั้งเจ้าพนักงาน Notary Public ในลักษณะเดียวกับประเทศในแถบยุโรปหรือกลุ่มประเทศคอมมอนลอว์ แต่การรับรองลายมือชื่อ การตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร และการออกหนังสือรับรองทางนิติการจะอยู่ภายใต้บทบัญญัติแห่งกฎหมายวิชาชีพทนายความ

ตามข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยการขึ้นทะเบียนทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร พ.ศ. 2551 ทนายความไทยที่ผ่านการอบรมหลักสูตรเฉพาะทางและได้รับการขึ้นทะเบียนจากสภาทนายความ จะได้รับใบอนุญาตให้ปฏิบัติหน้าที่เป็น 'ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร' (Notarial Services Attorney) ซึ่งมีอำนาจตามกฎหมายในการทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารที่จัดทำขึ้นภายในประเทศเพื่อนำไปใช้ในต่างประเทศ เมื่อนำเอกสารไปยื่นต่อศาล สำนักทะเบียนที่ดิน หรือสถาบันการเงินในต่างประเทศ หน่วยงานเหล่านั้นจะตรวจสอบสถานะและการรับรองของทนายความจากฐานข้อมูลของสภาทนายความ หากเอกสารได้รับการลงนามโดยบุคคลที่ไม่มีอำนาจหรือลงนามนอกสายตาของทนายความ ย่อมส่งผลให้หน่วยงานในต่างประเทศปฏิเสธเอกสารดังกล่าวทันที

บริษัท ไทย ลีเกิล แอนด์ อิมมิเกรชั่น คอนซัลติ้ง เซอร์วิส จำกัด (Thai Legal & Immigration Consulting Service Co., Ltd.) มีทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (Notarial Services Attorney) จำนวน 7 ท่าน พร้อมให้บริการ ณ สำนักงานกรุงเทพมหานคร (ลาดพร้าว ซอย 95) และสำนักงานขอนแก่น โดยสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลการเตรียมเอกสารเบื้องต้นได้ทาง LINE @Thailegal ทั้งนี้ แม้ทนายความจะดำเนินการรับรองตามแบบพิธีการที่กำหนดไว้อย่างครบถ้วน แต่ความสมบูรณ์แห่งเนื้อหาและการยอมรับเอกสารยังคงเป็นดุลยพินิจของหน่วยงานหรือศาลในต่างประเทศแต่เพียงผู้เดียว

แนวทางการจัดการเอกสารสองภาษา ภาษาต่างประเทศ และพยานอิสระ

การจัดทำหนังสือมอบอำนาจข้ามพรมแดนมักมีอุปสรรคทางภาษาเข้ามาเกี่ยวข้อง สถาบันการเงิน ศาลมรดก และสำนักทะเบียนอสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศมักร่างหนังสือมอบอำนาจเป็นภาษาทางการของตน เช่น ภาษาอังกฤษ เยอรมัน ฝรั่งเศส จีน หรือญี่ปุ่น ในการนี้ ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารจะต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าผู้ลงนามเข้าใจผลผูกพันทางกฎหมายของการมอบอำนาจอย่างชัดเจน หากเอกสารเป็นภาษาที่ผู้มอบอำนาจหรือทนายความไม่เข้าใจ การจัดทำคำแปลที่ผ่านการรับรองความถูกต้อง หรือการจัดทำเอกสารแบบสองภาษาควบคู่กันถือเป็นแนวทางปฏิบัติมาตรฐานก่อนดำเนินกระบวนการลงนาม

นอกจากนี้ สำนักทะเบียนที่ดินและศาลจัดการมรดกในหลายประเทศยังกำหนดให้ต้องมีพยานอิสระที่เป็นผู้บรรลุนิติภาวะจำนวน 1 หรือ 2 คน ร่วมลงนามต่อหน้าทนายความในเวลาเดียวกัน โดยพยานอิสระจะต้องไม่มีส่วนได้เสียทางการเงินในธุรกรรม ไม่ใช่บุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้รับมอบอำนาจ และโดยทั่วไปต้องไม่เป็นสมาชิกในครอบครัวสายตรงของคู่สัญญา ทั้งผู้มอบอำนาจและพยานต้องแสดงเอกสารระบุตัวตนฉบับจริงที่ยังไม่หมดอายุ เช่น หนังสือเดินทางสำหรับชาวต่างชาติ หรือบัตรประจำตัวประชาชนสำหรับบุคคลสัญชาติไทย เพื่อให้ทนายความบันทึกข้อมูลและตรวจสอบลายมือชื่อควบคู่กัน

การละเลยข้อกำหนดเรื่องพยานหรือการแก้ไขข้อความภายหลังการลงนามถือเป็นข้อบกพร่องร้ายแรง การขีดฆ่า แก้ไข หรือเพิ่มเติมข้อความใดๆ ภายหลังจากการรับรองแล้วจะส่งผลให้เอกสารตกเป็นโมฆะในสายตาของหน่วยงานต่างประเทศ หากหน่วยงานปลายทางมีข้อความรับรอง (Jurat) หรือข้อความประกาศของพยานที่กำหนดไว้เป็นการเฉพาะ ข้อความดังกล่าวจะต้องถูกระบุไว้ในร่างเอกสารก่อนนำมาลงนาม ณ สำนักงานกรุงเทพฯ หรือขอนแก่น เพื่อป้องกันปัญหาการถูกปฏิเสธเอกสารจากปลายทาง

เส้นทางการรับรองนิติกรณ์เอกสารในปัจจุบันเทียบกับระบบ Apostille หลังกุมภาพันธ์ 2570

ขั้นตอนการรับรองความถูกต้องเพื่อให้หนังสือมอบอำนาจมีผลบังคับใช้ในต่างประเทศขึ้นอยู่กับอนุสัญญาระหว่างประเทศที่ไทยและประเทศปลายทางมีความผูกพันร่วมกัน ในอดีตจนถึงปัจจุบัน ประเทศไทยยังไม่มีผลบังคับใช้ตามอนุสัญญา Apostille ดังนั้น เอกสารที่ผ่านการรับรองจากทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารจึงต้องผ่านกระบวนการรับรองนิติกรณ์แบบหลายขั้นตอน (Consular Legalisation) โดยเริ่มจากการรับรองลายมือชื่อของทนายความที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ จากนั้นจึงนำไปผ่านการรับรองที่สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลของประเทศปลายทางที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย

ขั้นตอนดังกล่าวจะมีการปรับเปลี่ยนตามกรอบกฎหมายระหว่างประเทศ เนื่องจากประเทศไทยได้ภาคยานุวัติเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการยกเลิกข้อกำหนดของการรับรองนิติกรณ์สำหรับเอกสารสาธารณะต่างประเทศ (อนุสัญญา Apostille) เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 อย่างไรก็ดี ตามเงื่อนไขของอนุสัญญา ความตกลงนี้จะมีผลใช้บังคับสำหรับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ดังนั้น ก่อนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 หน่วยงานทั้งในและต่างประเทศจึงยังไม่สามารถออกหรือยอมรับตราประทับ Apostille จากไทยได้ เอกสารทุกฉบับยังคงต้องผ่านกระบวนการรับรองทางการทูตและกงสุลตามระบบเดิม

ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 เป็นต้นไป เอกสารสาธารณะที่จะนำไปใช้ในประเทศภาคีของอนุสัญญา Apostille จะเปลี่ยนไปใช้ระบบการออกหนังสือรับรอง Apostille ซึ่งจะช่วยยกเลิกขั้นตอนการนำเอกสารไปรับรองที่สถานทูตต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม หากประเทศปลายทางไม่ได้เป็นภาคีในอนุสัญญา Apostille หรือมีประเทศภาคีใดที่ยื่นคัดค้านการภาคยานุวัติของไทยภายในระยะเวลาที่กำหนด เอกสารที่จะส่งไปยังประเทศเหล่านั้นจะยังคงต้องผ่านกระบวนการรับรองนิติกรณ์ตามระบบกงสุลแบบเดิม ผู้มอบอำนาจจึงต้องตรวจสอบข้อกำหนดกับหน่วยงานปลายทางอย่างรอบคอบ

ข้อผิดพลาดในการร่างเอกสารที่มักทำให้ธนาคาร สำนักทะเบียนที่ดิน และศาลต่างประเทศปฏิเสธ

สาเหตุสำคัญที่ทำให้หน่วยงานในต่างประเทศปฏิเสธหนังสือมอบอำนาจ มักเกิดจากความคลาดเคลื่อนในการร่างข้อความและการระบุรายละเอียดส่วนบุคคลมากกว่าข้อบกพร่องในตราประทับของทนายความ ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือความไม่ตรงกันระหว่างชื่อ-นามสกุลของผู้มอบอำนาจในเอกสารกับข้อมูลที่ปรากฏบนหนังสือเดินทางฉบับปัจจุบัน หากบุคคลมีชื่อกลาง เคยเปลี่ยนนามสกุล หรือถือสองสัญชาติ การละเลยข้อมูลเหล่านี้อาจทำให้สำนักทะเบียนและธนาคารในต่างประเทศระงับการดำเนินการทันที ข้อความในหนังสือมอบอำนาจจึงต้องสะกดให้ตรงตามเอกสารแสดงตนอย่างสมบูรณ์

ข้อผิดพลาดประการต่อมาคือการใช้ข้อความมอบอำนาจทั่วไปที่ครอบจักรวาลสำหรับการทำธุรกรรมที่ต้องการความเฉพาะเจาะจง สถาบันการเงินและสำนักทะเบียนที่ดินมักไม่ยอมรับหนังสือมอบอำนาจที่ระบุเพียง 'ให้มีอำนาจจัดการทรัพย์สินทั่วไป' โดยสำนักทะเบียนที่ดินในต่างประเทศมักต้องการข้อมูลระบุแปลงที่ดิน เลขโฉนด ที่ตั้งทางเทศบาล และข้อความให้อำนาจทำสัญญาจะซื้อจะขายหรือจำนองอย่างชัดแจ้ง เช่นเดียวกับธนาคารพาณิชย์ที่กำหนดให้ต้องระบุชื่อธนาคาร ที่ตั้งสาขา หมายเลขบัญชี และอำนาจเฉพาะในการโอนเงินหรือปิดบัญชีอย่างเจาะจง

นอกจากนี้ ความบกพร่องในการเข้าเล่มเอกสารยังเป็นอีกหนึ่งเหตุผลของการปฏิเสธ หากเอกสารมีหลายหน้าแต่ไม่มีการระบุเลขหน้าอย่างต่อเนื่อง หรือมีรูปแบบการจัดหน้าที่ไม่สม่ำเสมอ หน่วยงานปลายทางอาจไม่รับพิจารณา ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารจะใช้วิธีการผนึกเอกสารด้วยตาไก่ ผูกริบบิ้น หรือประทับตราดุนนูน เพื่อรับรองว่าไม่มีการสับเปลี่ยนหน้าเอกสารหลังการลงนาม ทั้งนี้ เพื่อความมั่นใจ ผู้มอบอำนาจควรส่งร่างเอกสารให้ทนายความหรือหน่วยงานในต่างประเทศตรวจสอบความถูกต้องล่วงหน้าก่อนนำมาลงนาม ณ สำนักงานของเรา

FAQ

สามารถลงนามในหนังสือมอบอำนาจล่วงหน้าก่อนมาพบทนายความได้หรือไม่?
ไม่ได้ ทนายความจะต้องเห็นการลงลายมือชื่อด้วยตนเอง เอกสารที่มีการลงนามมาก่อนล่วงหน้าจะต้องจัดพิมพ์ใหม่เพื่อมาลงนามต่อหน้าทนายความเท่านั้น
คู่สมรสสามารถลงนามแทนผู้มอบอำนาจได้หรือไม่?
ไม่ได้ บุคคลผู้มอบอำนาจแต่ละท่านต้องมาปรากฏตัวและลงนามด้วยตนเองต่อหน้าทนายความ พร้อมแสดงเอกสารระบุตัวตนฉบับจริง
หน่วยงานในต่างประเทศจะยอมรับเอกสารแน่นอนหรือไม่?
การยอมรับเอกสารขึ้นอยู่กับการพิจารณาและดุลยพินิจของหน่วยงานปลายทางแต่เพียงผู้เดียว แม้การจัดทำจะปฏิบัติตามแนวทางที่กำหนดอย่างครบถ้วน แต่ไม่สามารถรับประกันผลการพิจารณาได้

Sources & references

  1. Lawyers Council of Thailand — checked 2026-11-04
  2. Department of Consular Affairs – Legalization — checked 2026-11-04
  3. HCCH – Apostille Convention status table — checked 2026-11-04

วีซ่าและใบอนุญาตทำงานสำหรับชาวต่างชาติ

ประเมินกรณีเบื้องต้นฟรี